ReadyPlanet.com
dot dot
dot
  •  การรักษา (Treatment)
dot




free counters


การดูแลผู้ป่วยเบาหวาน

โรคเบาหวานเป็นภาวะที่ร่างกายมีระดับน้ำตาลในเลือดสูงกว่าปกติจากการขาดฮอร์โมนอินซูลิน หรือประสิทธิภาพของอินซูลินในร่างกายลดลงจากภาวะดื้อต่ออินซูลิน ทำให้ร่างกายไม่สามารถนำน้ำตาลในเลือดไปใช้ได้ตามปกติ เป็นโรคที่พบบ่อย เป็นเรื้อรังรักษาไม่หายขาด ทำให้เกิดภาวะแทรกซ้อน อันเป็นผลจากการควบคุมน้ำตาลไม่ดี ถ้าระดับน้ำตาลในเลือดสูงเป็นเวลานาน จะทำให้เส้นเลืดที่ไปเลี้ยงอวัยวะต่างๆตีบแข็ง อวัยวะต่างๆเสื่อมและสูญเสียหน้าที่ เช่นสายตาแย่ลงจนตาบอด ไตเสื่อมจนไตวาย เส้นประสาทเสื่อม เกิดโรคหลอดเลือดหัวใจและหลอดเลือดสมองตีบตัน  

นอกจากนั้น ภาวะหลอดเลือดตีบแข็งและเส้นประสทาเสื่อมยังทำให้เกิดภาวะแทรกซ้อนและปัญหาที่สำคัญต่อเท้า ในผู้ป่วยเบาหวาน คือเกิดแผลเรื้อรังและต้องถูกตัดขาในที่สุด ในผู้ป่วยเบาหวาน ทั้งหมดพบว่า ร้อยละ 15 มีประสบการณ์การเกิดแผลที่เท้า และในผู้ปาวยเบาหวานที่มีแผลที่เท้า ร้อยละ14-24 ต้องถุกตัดขาในที่สุด ดังน้นการป้องกันการเกิดแผลที่เท้าจะช่วยลดอัตราการตัดขา ช่วยเพิ่มคุณภาพชีวิต ลดภาระครอบครัว และลดค่าใช้จ่าย

 

แผลที่เท้าในผู้ป่วยเบาหวานเกิดขึ้นได้อย่างไร

ผู้ป่วยเบาหวานมีโอกาสเสี่ยงต่อการเกิดแผลเรื้อรังที่เท้าง่ายกว่าคนปกติทั่วไปเนื่องจาก

1.               เส้นประสาทส่วนปลายที่ไปเลี้ยงขาและเท้าเสื่อม ทำให้เท้าชาและสูญเสียความรู้สึกต่อของมีคม แรงกด และความร้อน เกิดแผลโดยผู้ป่วยไม่รู้ตัวและไม่ได้รับการรักษา จนแผลลุกลาม นอกจากนี้การเสื่อมของเส้นประสาทยังทำให้ผิวหนังของเท้าแห้ง กล้ามเนื้อเท้าอ่อนแรงผิดรูป และเกิดแผลในที่สุด

2.               หลอดเลือดส่วนปลายที่ไปเลี้ยงเท้าตีบ ทำให้เกิดแผลได้ และเป็นสาเหตุสำคัญที่ทำให้แผลหายช้า

3.               ความผิดปกติของผิวหนัง ผู้ป่วยเบาหวานจะมีคุณสมบัติของผิวหนังเปลี่ยนแปลง คือผิวหนังเสียความยืดหยุ่น และผิวแห้งตามที่ได้กล่าวมาแล้ว ทำให้เกิดแผลได้ง่าย

ปัจจัยอะไรบ้างที่มำให้ผู้ป่วยเบาหวานเสี่ยงต่อการเกิดแผล

1.               อายุมากและผู้ป่วยที่เป็นเบาหวานมานาน

2.               ผู้ป่วยเบาหวานที่ควบคุมระดับน้ำตาลในเลืดไม่ดี

3.               น้ำหนักตัวมาก ทำให้มีแรงกดที่ฝ่าเท้าเพิ่มขึ้น

4.               การมองเห็นไม่ดี แสดงถึงการเป็นเบาหวานมานาน ร่วมถึงไม่สามารถตรวจแผลที่เริ่มเป็นในระยะแรก

5.               มีความผิดปกติในรูปร่างของเท้า

6.               ขาดคำแนะนำในการดูแลเท้า

 

 

 

 

 

จะเห็นได้ว่ามีหลายปัจจัยที่เราสามารถควบคุมเพื่อป้องกันการเกิดแผลได้เช่น การควบคุมระดับน้ำน้ำตาลในเลือดให้ดี การควบคุมน้ำหนัก การแก้ไขปัญหาการมองเห็น การเลือกใช้รองเท้าที่เหมำสม และการให้การศึกษาแก่ผู้ป่วย

การป้องกันการเกิดแผลที่เท้าในผู้ป่วยเบาหวาน

1.               การควบคุมระดับน้ำตาลในเลือดให้ใกล้เคียงคนปกติมากที่สุด โดยวิธีคุมอาหารออกกำลังกายที่เหมาะสม และพบแพทย์สม่ำเสมอเพื่อรับยาลดระดับน้ำตาลในเลือด

2.               ควรตรวจเท้าตัวเองสม่ำเสมอ เนื่องจากมีผู้ป่วยจำนวนหนึ่งเกิดแผลที่เท้าโดยที่ตัวเอง ไม่ทราบ มาทราบอีกครั้งก็พบแผลเป็นมากและยากต่อการรักษา ควรตรวจเท้าตัวเองทุกวัน อย่งน้อยวันละ 1 ครั้ง ตรวจดูว่ามีรอยแตกของผิวหนังหรือไม่ มีตำแหน่งที่หนาตัว (คนทั่วไปเรียกว่า เป็นตาปลา)หรือไม่เพราะตำแหน่งดังกล่าวเป็นตำแหน่งที่มีแรงกดมากและเสี่ยงต่อการเกิดแผลได้ง่ย รวมถึงการตรวจผิวหนังบริเวณง่ามนิ้วเท้า

3.               ไม่ทำให้เท้าชุ่มหรือเปียกโดยการแช่เท้า โดยเฉพาะในน้ำร้อนควรล้างทำความสะอาดเท้ทุกวันด้วยน้ำอุ่นและสบู่อ่อน จากนั้นรีบทำให้เท้าแห้งโดยเฉพาะบริเวณง่ามนิ้วเท้า ไม่ควรถูเท้าแรงๆในกรณีที่เท้าแห้งเกินไป อาจใช้น้ำมันหรือโลชั่นทาให้ทั่วเท้า แต่อย่ามากไปโดยเฉพาะง่ามนิ้วเท้า เพราะจะทำให้ผิวหนังเปียกย่นและเสี่ยงต่อการติดเชื้อ

4.               ไม่ควรใช้มีดตัดตาปลา หรือใช้สารเคมีหรือพลาสเตอรืเพื่อรักษาตาปลาด้วยเอง หากมีปัญหาดังกล่าวควรปรึกษาแพทย์

5.               การตัดเล็บเท้า ควรตัดตามแนวของเล็บ ห่าวจากขอบเล็บประมาณ 2 มิลลิเมตร ดังนั้นมุมของเล็บจะไม่ถูกตัดลงมา

6.               ไม่ควรเดินเท้าเปล่า ให้สวมรองเท้าทุกครั้ง

7.               ไม่เดินบนพื้นผิวที่ร้อน เช่น ชายหาด หรือขอบสระว่ายน้ำ

8.               ควรใส่ถุงเท้าทุกครั้งก่อนใส่รองเท้า ถุงเท้าที่ใส่ต้องมีขนาดพอดี ไม่คับไป ไม่มีรอยปะหรือรอยนูนซึ่งจะทำให้เกิดแรงกดต่อเท้า

9.               ช่วงเวลากลางคืน ถ้าปลายเท้าเย็นให้ใส่ถุงเท้าขณะนอนหลับ จะช่วยให้เท้าอุบอุ่นขึ้น

10.         ใสรองเท้าที่เหมาะสมซึ่งลักษณะรองเท้าที่เหมาะสมในผู้ป่วยเบาหวานและเลือกซื้อจะได้กล่าวต่อไป

11.         ก่อนใส่รองเท้าทุกครั้ง ให้ตรวจดูว่ามีวัสดุแปลกปลอมภายในรองเท้าหรือไม่

12.         ไม่ใช้รองเท้าแตะที่มีสายรัดบริเวณง่ามนิ้วเท้า

13.         ควบคุมน้ำหนักตัว

14.         งดการวูบบุหรี่

15.         ถ้ามีแผลที่เท้าให้รีบปรึกษาแพทย์

 

 

 

ลักษณะรองเท้าที่เหมาะสมกับผู้ป่วยเบาหวานเป็นอย่างไร

ลักษณะรองเท้าที่เหมาะสมในผู้ป่วยเบาหวานคือ สวมใสสบาย อากาศถ่ายเทสะดวก ไม่อบร้อนเกินไป ภายในนิ่มไม่มีรอยกดเจ้บต่อฝ่าเท้า ดังนั้นรองเท้าที่ผุ้ป่วยเบาหวานเลือกซื้อ ควรมีลักษณะดังนี้

ส่วนบนของรองเท้า

ทำจากหนัง ไม่ควรเป็นพลาสติกเพราะหนังปรับเข้ากับรูปเท้าและระบายอากาศได้ดี บริเวณส่วนบนของหัวรองเท้าควรสูงและกว้างพอเพื่อไม่ให้แรงกดต่อนิ้วเท้า ความยาวของรองเท้าที่เหมาะสม คือยาวกว่านิ้วที่ยาวที่นิ้วที่ยาวสุดประมาณครึ่งนิ้วฟุต ความกว้างพอดีไม่คับหรือหลวมเกินไป

 

ส้นรองเท้า             

ทำจากยาง เพื่อลดการกระแทก  และไม่ลื่นไถลขณะเดิน  ส้นรองเท้าควรต่ำและกว้างเพื่อรองรับเท้าได้เต็มที่

 

พื้นรองฝ่าเท้า

ทำจากวัสดุที่นุ่มและมีความยืดหยุ่น  เช่น  โฟมชนิดต่าง ๆ เพื่อกระจายแรงกดบริเวณฝ่าเท้า  และลดการเสียดสีขณะยืนลงน้ำหนักและเดิน  ลักษณะรองเท้าดังกล่าวเป็นลักษณะรองเท้าที่แนะนำในผู้ป่วยเบาหวานทั่วไปที่มีโอกาสเสี่ยงต่อการเกิดแผล  ซึ่งในผู้ป่วยเบาหวานแต่ละรายอาจมีลักษณะเท้า  ผิวหนังที่เท้าแตกต่างกันออกไป  การใช้วัสดุเสริมในรองเท้า  หรือรูปแบบรองเท้าเพื่อ  รองรับผู้ป่วยแต่ละรายก็จะมีรายละเอียดแตกต่างกันออกไป  ซึ่งแพทย์เศาสร์ฟื้นฟู  จะเป็นผู้ออกแบบ  และให้คำแนะนำแก่ผู้ป่วยได้

 

                การซื้อและการใช้รองเท้าคู่ใหม่ในผู้ป่วยเบาหวาน

                การเลือกซื้อรองเท้าคู่ใหม่ควรซื้อในช่วยเวลาบ่ายถึงเย็น  เพราะเท้าจะโตขึ้นเล็กน้อย  หากซื้อในช่วงเวลาเช้าและเลือกรองเท้าขนาดพอดี  จะทำให้รองเท้าดังกล่าวคับและเกิดแรงกดในช่วงเวลาบ่าย  หรือเย็นได้  การใส่รองเท้าคู่ใหม่ ในช่วงวันแรก    ควรใส่เพียง 2 3 ชั่วโมงต่อวัน  เพราะถ้าใส่เป็นเวลานานกว่า 8 140 ชั่วโมงอาจทำให้เกิดแผลได้และหลังจากถอดให้ตรวจดูเท้าว่ามีรอยแดงหรือรอยถูกกดจากรองเท้าหรือไม่  การมีรอยแดงหรือรอยกดแสดงว่ารองเท้าคับไปอีกวิธีหนึ่งที่แนะนำให้ผู้ป่วยเบา หวานปฎิบัติเพือ่ลดการเสี่ยงต่อการเกิดแผล  ที่เท้าคือช่วงเช้าใส่รองเท้าคู่ที่หนึ่งไปทำงาน  เวลาเที่ยงให้เปลี่ยนใส่รองเท้าคู่ที่สอง  พอถึงบ้านในช่วงเวลาเย็น  ให้เปลี่ยนเป็นรองเท้าใส่ในบ้านจนถึงเวลาเข้านอน  วิธีดังกล่าวจะช่วยให้เท้าไม่ถูกกดหรือรัด  ในตำแหน่งเดิมเป็นเวลานานและเกิดแผลในที่สุด

 

                สรุป

                ปัญหาเท่าที่เกิดในผุ้ป่วยเบาหวานมีหลายแบ อาจเป็นแค่มีอาการชา รู้สึกน้อยลง ผิวหนังแห้งและเป้นแผลเล็กๆจนกระทั่งเป้นแผลใหญ่มีการติดเชื้อ แผลที่เกิดขึ้นมักหายช้าหรือไม่หาย แต่ลุกลามเป็นมากขึ้นจนกระทั่งต้องถูกตัดขาในที่สุด การป้องกันการเกิดแผลที่เท้าในผู้ป่วยเบาหวาน เป็นวิธีที่ทำให้ได้และเห้นผลชัดเจน โดยผู้ป่วยมีส่วนสำคัญในการร่วมมือเพื่อป้องกันภาวะดังกล่ว โดยควบคุมระดับน้ำตาลให้ใกล้เคียงระดับปกติมากที่สุด ตรวจดูแลเท้าทุกวัน เลือกใช้รองเท้าที่เหมาะสม และรีบปรึกษาแพทย์เมื่อเริ่มเกิดแผล วิธีต่างๆที่กล่าวมาจะช่วยลดภาวะแทรกซ้อน ลดค่าใช่จ่ายและพัฒนาคุณภาพชีวิตของผู้ป่วยเบาหวานให้ดีขึ้น สุดท้ายขอฝากข้อความสั้นๆสำหรับผู้ป่วยเบาหวานทุกรายว่า วันนี้คุณตรวจเท้า และสิ่งแปลกปลอมในรองเท้าคุณหรือยัง

 

 

 

 

 

 

 

 







อาทิตย์ คลินิก ที่อยู่ :  เลขที่ 17/3-4 ถ.:  สนามบินเก่า ตำบล : สุเทพ
จังหวัด :เชียงใหม่      รหัสไปรษณีย์ : 50100
เบอร์โทร :  053-808767      มือถือ :  084-123-2170
อีเมล : arthit_111@yahoo.com
เว็บไซต์ : www.aaclinic.com

SEO